ประวัติความเป็นมาของสบู่

โดย เจ้าของร้าน
เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา

ประวัติความเป็นมาของสบู่

หลายท่านอาจยังไม่เคยรู้ว่า สบู่ที่เราใช้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายกันทุกวันนี้ มีประวัติที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยย้อนหลังไปหลายพันปี ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักสบู่ ในช่วงเวลานั้นการทำความสะอาดร่างกาย หรือ เสื้อผ้าให้สะอาดเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าทุกวันนี้ เพราะสิ่งสกปรกและคราบมันต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น ไม่อาจรวมตัวกับน้ำได้ สังเกตุง่ายๆ เมื่อเราเทน้ำผสมน้ำมัน มันจะแยกชั้นกันอย่างชัดเจน ร่างกายของเรานั้น มักจะผลิตน้ำมันออกมาตลอดเวลา การอาบน้ำธรรมดา ก็เป็นเพียงการชะล้างฝุ่นผงออกไปจากร่างกาย แต่ไม่ได้สะอาดหมดจดจริง


ตำนานเล่ากันว่า แม่นางคลีโอพัตตรา ก็พยายามแสวงหาวิธีการที่จะทำให้ร่างกายของนางสะอาด และมีกลิ่นหอม ดังนั้นนางจึงใช้น้ำที่นำพืชสมุนไพรมาต้มเพื่อนำมาอาบ โดยทำให้ช่วยชะล้างความสะอาดได้ดีขึ้นและให้มีกลิ่นกายหอมสะอาด

ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักใช้สบู่มาทำความสะอาดร่างกาย หรือ ทำความสะอาดสิ่งต่างๆ คนไทยโบราณสมัยที่ยังไม่มีสบู่ ก็ใช้พืชหรือผลไม้ หลายอย่างมาช่วยทำให้ร่างกายสะอาดขึ้น เช่น การนำมะกรูดมาเผาไฟ แล้วนำมาสระผม นำน้ำใบส้มป่อยมาอาบน้ำ หรือ นำมะขามเปียกมาถูตัวเป็นต้นในยุคแรกที่คิดสบู่ได้นั้น สบู่เรียกว่า ไซโป หมายถึง สิ่งที่นำมาชำระล้างนั่นเอง

โดยต่อมาได้เพี้ยนไปเป็น โซป (Soap) ดังในปัจจุบัน สมัยก่อนสบู่ถือเป็นสิ่งล้ำค่ามาก ในยุคแรกๆ คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ จะได้ใช้ก็แต่ระดับชนชั้นสูงเท่านั้น ในแต่ละประเทศ


การค้นพบสบู่ ถือว่าเป็นความบังเอิญมากๆ เนื่องจากในยุคสมัยที่เรายังมีการบูชายัญอยู่นั้น มักจะมีแท่นบูชายัญซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำ เมื่อนำแพะ หรือ สัตว์อื่นๆมาบูชายัญ ก็มีการเผาทำพิธีบริเวณนั้นด้วย และไขมันจากสัตว์ไหลปนกับขี้เถ้า เกิดเป็นสิ่งที่เป็นก้อนขาวๆ ไหลลงในลำธาร ชาวบ้านที่นำผ้ามาซักบริเวณนั้น ก็เกิดข้อสังเกตุว่า ผ้าที่ซักจากบริเวณนี้ สะอาดง่ายกว่าซักบริเวณอื่น จึงพยายามเสาะหาเหตุกันต่างๆ จนมาเจอก้อนขาวๆที่ว่านี่เอง เป็นตัวการของความสะอาด นั่นก็คือ "สบู่" ที่เกิดจากความบังเอิญของไขมัน รวม กับ ขี้เถ้าจากการเผาไหม้


สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เรียกว่า ปฎิกิริยา Saponification หรือการเกิดสบู่ขึ้นนั่นเองเป็นผลที่มาจาก Ester (ไขมัน) และ Base (ด่าง) รวมกัน ได้เป็นสบู่ขึ้นมา โดยที่สบู่จากการสร้างจาก Saponification จะมีส่วนที่เรียกว่า กลีเซอรีน ออกมาด้วย ดังนั้นสบู่จากปฎิกิริยานี้ จะช่วยบำรุงผิวได้ดี อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของสบู่จะแปรตามคุณสมบัติของไขมันที่นำมาทำสบู่ เช่น สบู่ที่ทำจากน้ำมันมะพร้าว สบู่ที่ทำจากน้ำมันมะกอก สบู่น้ำมันละหุ่ง ฯลฯ ก็จะให้คุณสมบัติไม่เหมือนกัน

สิ่งน่าทึ่งสำหรับสบู่คือบางครั้งสบู่อาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญในธรรมชาติ พืชหลายชนิดมีสารเคมีลักษณะคล้ายสบู่ โดยใช้ซักล้างได้และมีฟอง ชาวพื้นเมืองอเมริกันและชาวเผ่าต่างๆเคยใช้พืชเหล่านี้สำหรับซักล้างและถูตัวมาแล้ว ที่แปลกไปกว่านั้นคือที่เกาะไซโมลัส (Cimolus) ในทะเลอีเจียน (Aegean Sea) ทั้งเกาะประกอบด้วยสารลักษณะคล้ายสบู่ ไม่เพียงแต่สามารถนำมาใช้ซักผ้าและถูตัวได้เท่านั้น เวลาฝนตกหนักทั่วเกาะจะถูกปกคลุมด้วยฟองสบู่หนาหลายฟุตทีเดียว      

สบู่ธรรมชาติอีกชนิดที่จะกล่าวถึงนั้น ค่อนข้างที่จะน่าขยะแขยงและชวนขนลุกเอาซักหน่อย และไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำมาใช้ถูตัวและทำความสะอาด เพราะมันมาจากศพที่ฝังดินไว้ภายใต้สภาวะความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม ศพจะกลายสภาพเป็นสารเคมีที่คล้ายกับโซดาปิ้งขนมปัง (โซเดียมไบคาร์บอเนต) ผสมกับไขมันซึ่งคล้ายกับองค์ประกอบทางเคมีของสบู่ เรียกว่าขี้ผึ้งจากหลุมฝังศพ  ซึ่งเป็นศพของ นายวิลเลียม วอน เอลเลนโบเกน หรืออีกชื่อคือ Soapman นายทหารชาวอเมริกัน ผู้ถูกฆ่าตายในสงความระหว่างอังกฤษกับอาณานิคมของอังกฤษ ในสหรัฐอเมริกา (ค.ศ.1775-1783) เมื่อฝังแล้วร่างกายของเขากลายเป็นสบู่ และมีผู้นำมาตั้งแสดงที่สถาบันสมิทโซเนียน (Smithsonian Instituution) อยู่นานหลายปี รับรองเลยว่า สบู่ประเภทนี้คงไม่มีใครกล้าใช้เป็นแน่

ดังนั้นมนุษย์เราจึงได้ผลิตสบู่แบบนี้ ซึ่งเรียกว่าการผลิตสบู่ด้วยวิธีธรรมชาติ โดยใช้ไขมันจากพืชหรือสัตว์ผสมกับด่างมาใช้กันเป็นเวลายาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นสบู่ที่ดี ไม่ค่อยมีความระคายเคือง และมีกลีเซอรีนผสมอยู่ มีการปรับสูตรกันในแต่ละท้องถิ่น ในไทยเอง ก็มีการผลิตสบู่ลักษณะนี้อยู่เหมือนกันในอดีต

เวลาล่วงเลยมา มีการทำสบู่ใช้ เพียงแต่ไม่ได้ผลิตเป็นจำนวนมาก เป็นการทำใช้กันในครัวเรือน และเพราะมีสบู่ใช้ไม่มาก ผู้คนก่อนศตวรรษที่ 20 จึงไม่ได้อาบน้ำกันบ่อยนัก อย่างไรก็ตามต่อมาการทำสบู่กลายเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่สุดของโลกประเภทหนึ่ง โดยโรงงานแรกๆเกิดขึ้นในยุโรป จวบจนครั้งเมื่ออุตสาหกรรมเคมีได้พัฒนาขึ้น การผลิตสบู่แบบดั้งเดิม ซึ่งต้นทุนสูง ใช้เวลานานในการผลิต และ ผลิตได้ครั้งละจำกัด จึงเกิดสบู่อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งผลิตโดยใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติในการชะล้าง มาอัดเป็นก้อนและผสมกลิ่นน้ำหอม และ เติมสี จัดจำหน่ายทั่วไป มีการเติมมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อทดแทนกลีเซอรีน ที่เคยได้ในการผลิตแบบดั้งเดิม สบู่ประเภทนี้ให้การชะล้างที่เยี่ยมยอด และมีกลิ่นสี น่าใช้มาก เพราะแต่งเติมเข้าไปด้วยกรรมวิธีใหม่ๆ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ การระคายเคืองในบางคน และการสะสมสารเคมีไว้ที่ผิวกายทุกวันๆ มาจนถึงวันนี้ ไม่ทราบว่ามีใครสงสัยกันบ้างไหมครับ ว่าสบู่ที่อยู่ในห้องน้ำบ้านเราเป็นสบู่จริงๆ หรือ เป็นเคมีชำระล้างอัดก้อน

 

 



Tags : -

ด้วยพลังแห่งสุคนธบำบับ กลิ่นหอมละมุมจากธรรมชาติ ยังช่วยให้คุณสดชื่น ดื่มด่ำ ผ่อนคลาย เพิ่มสุนทรียภาพในการอาบน้ำอย่างแท้จริง สบู่ของเรามีสีสันสดใส น่าใช้ อุดมคุณค่าของวิตามิน และ คุณประโยชน์จากสมุนไพร  เป้าหมายของเราคือการให้ทุกคนมีประสบการณ์การอาบน้ำที่ดี

STATISTICS

หน้าที่เข้าชม802 หน้า
ผู้ชมทั้งหมด463 ครั้ง
เปิดร้าน29 พ.ย. 56
ร้านค้าอัพเดท16 มี.ค. 57
Go to Top